::: ขอต้อนรับสู่เว็บไซต์โรงเรียนกำแพง จังหวัดศรีสะเกษ เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 28 :::: www.kps.ac.th :::
October 2018
S M T W T F S
1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31

ปฏิทินกิจกรรมเดือนนี้

  • 3-6 ก.ย. สัปดาห์ห้องสมุด
  • 7-11 ก.ย.  แข่งขันกีฬาสพม.28 , ติว Onet ม.3 ม.6
  • 12 ก.ย.  ประกาศรายชื่อนักเรียนที่เวลาเรียนไม่ครบ 80%
  • 12-19 ก.ย. นักเรียนยื่นคำร้องขอมีสิทธื์สอบ(เวลาเรียนไม่ครบ 80%)
  • 18 ก.ย. รับการประเมิน สพม.28
  • 21 ก.ย. ประกาศรายชื่อนักเรียนที่มีสิทธิ์สอบปลายภาค
  • 24-26 ก.ย. สอบปลายภาค 1/61
  • 27 ก.ย. - 21 ต.ค. นักเรียนปิดภาคเรียน
  • 22 ต.ค. 61 เปิดภาคเรียน 2/61

ชื่อเรื่อง  :   การพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT เรื่อง เศษส่วนและทศนิยม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ผู้วิจัย     :  นางสาวกนกวรรณ พิมพ์วัน

หน่วยงาน  :  โรงเรียนกำแพง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28

ปีที่พิมพ์     :        2561

บทคัดย่อ

การพัฒนาแบบฝึกทักษะทักษะคณิตศาสตร์ประกอบการเรียนแบบเรียนร่วมกัน (LT) เรื่อง เศษส่วนและทศนิยม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนา             แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT  เรื่อง เศษส่วนและทศนิยม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลการเรียนรู้ของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เรื่อง เศษส่วนและทศนิยม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT   เรื่อง เศษส่วนและทศนิยม                     ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 14) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT   เรื่อง เศษส่วนและทศนิยม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/5 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 โรงเรียนกำแพง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28 จำนวนนักเรียน 35 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง เศษส่วนและทศนิยม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 14 แผน แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วนและทศนิยม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 14 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เศษส่วนและทศนิยม ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT   สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ()                    ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าร้อยละ (%) ดัชนีประสิทธิผลและทดสอบสมมุติฐานโดยใช้                 t - test (Dependent Sample)

                       ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า

                        1. แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT   เรื่อง เศษส่วนและทศนิยม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ผู้วิจัยได้สร้างและพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ 87.24/84.57 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80   ที่ตั้งไว้

                      2. การเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT   เรื่อง เศษส่วนและทศนิยม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.6250               แสดงว่าผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 62.50

                      3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT   ที่สร้างขึ้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนเพิ่มขึ้นจากก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01          

            4. ความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT   เรื่อง เศษส่วนและทศนิยม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากทุกข้อ

โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก คือ ฉันพอใจที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในกลุ่ม นักเรียนสามารถนำความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเศษส่วนและทศนิยมไปใช้ได้ และนักเรียนชอบเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ตามลำดับ

            สรุปได้ว่า การจัดการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT   เรื่อง เศษส่วนและทศนิยม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ช่วยให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น มีการเรียนรู้อย่างอิสระและสร้างสรรค์ มีการพัฒนาในการเรียนรู้                 ที่ดีประสบผลสำเร็จในการเรียนรู้ และเกิดความสามัคคีในหมู่คณะมากขึ้น ครูผู้สอนสามารถนำ           ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดการเรียนรู้